You are currently browsing posts tagged ‘ประโยชน์’

สมุนไพร ดีปลี

posted in: Uncategorized (Tags: , , , ) - Comments Off

 

สมุนไพร ดีปลี


ถ้าจะพูดถึงสมุนไพรอย่างดีปลีหลายคนคงไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกัน เพราะส่วนมากจะไม่ค่อยมีให้เห็นกันสักเท่าไหร่ จะรู้กันในบางพื้นที่เท่านั้น ดีปลีนั้นเป็นพืชตะกูลเดียวกับ ชะพลู พลู และพริกไทย กลิ่นของ ดีปลี จะหอมคล้ายใบชะพลู และเป็นกลิ่นที่คู่กับดีปลี มานานคนส่วนมากจะมีแต่ชาวบ้านแถบชนบทที่รู้จักดีปลีและมักจะนิยมนำดีปลีไปทำเป็นเครื่องเทศเพราะกลิ่นที่หอมของดีปลีนั่นเอง
ดีปลีนั้นจะมีรสชาดที่เผ็ดจัดจ้านเหมือนพริกแต่หากว่านำมาประกอบอาหารแล้วหอมชวนทานมาก โดยเฉพาะหากนำมาตำรวมกับพริกเวลาเราทำส้มตำแล้วละก็ แซ่บอย่าบอกใครเลยละค่ะ แต่ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งก็คืออย่าใส่เยอะเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนเพราะเผ็ดมากจนทำให้กินไม่ได้เลยล่ะค่ะ
สรรพคุณ ของดีปลี
ดีปลีนั้นให้ประโยชน์ทั้งผลดิบและผลแห้ง ผลสุกของดีปลีนั้นมีน้ำมันหอมระเหยมาก ในน้ำมันของดีปลีผลจากการวิจัยของสถาบันการแพทย์แผนไทยพบว่ามีฤทธิ์ฆ่าแมลงด้วงงวงและด้วงถั่ว ถ้าหากนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงสูตรจากธรรมชาติก็ให้ผลดีเหมือนใช้สารเคมีเลยล่ะค่ะ
ส่วนลำต้นหรือเถาของดีปลีนั้นให้รสเผ็ดร้อน สามารถแก้อาการปวดฟัน จุกเสียด แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยเจริญอาหาร ได้ดี ดอกของดีปลีนั้นจะมีรสเผ็ดร้อนขม แก้อาการท้องร่วง ขับลมในลำไส้ แก้หืดหอบ แก้ลม วิงเวียนปรุงเป็นยาธาตุ แก้ตับพิการ
รากของดีปลีมีรสเผ็ดร้อนขมเช่นเดียวกับดอกอ่อน ช่วยแก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน แก้เสมหะ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ แก้เส้นอัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนดอกแก่ของดีปลี นำมาต้มน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยให้หายวิงเวียน ส่วนหากจะแก้ไข้ให้ใช้ดอกแก่แห้งครึ่งกำมือฝนกับน้ำมะนาว กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้อาการทุเลาลงได้
ดีปลีนั้นอาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จักสักเท่าไหร่ หากได้รู้ถึงคุณประโยชน์ของดีปลีแล้ว ก็ควรจะนำมาปลูกไว้ที่บ้านก็น่าจะดิมิใช่น้อยสำหรับสมุนไพรชั้นเยี่ยมอย่างดีปลีนี้ เพราะสามารถช่วยรักษาอาการของโรคได้หลายชนิดเลยค่ะ

 

 
ขอบคุณบทความดีดีจาก : www.n3k.in.th

ใบบัวบกดีต่อสุขภาพ

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

สมุนไพร”ใบบัวบก สำหรับใครที่ชอบทานใบบัวบกกันบ้าง รู้หรือไม่ว่า ใบบัวบกนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้เราก็เลยนำเกร็ดความรู้ใบบัวบกดีต่อสุขภาพมาฝากเพื่อนๆ ที่รักสุขภาพกันอีกเช่นเคย ถ้าอย่างนั้นมาดูมาทำความรู้จักกับประโยชน์ต่อสุขภาพของ”ใบบัวบก”กันเลยดีกว่าว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง
ใบบัวบกมีคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซียมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด เหมาะกับ”สุขภาพ
ใบบัวบกมีสรรพคุณทางยา ในการแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดอาการปวดศีรษะข้างเดียว บำรุงสุขภาพสมอง แก้ความดันโลหิตสูง แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ และช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี
นอกจากนี้ ในการศึกษาทางเภสัชวิทยา เพื่อค้นหาสารสำคัญ หรือหาสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใบบัวบก พบว่า ใบบัวบกจะให้สารไกลโคไซด์ หลายชนิดที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งส่งผลให้การลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสารไกลโคไซด์ที่ได้จากใบบัวบกยังส่งผลในการช่วยดูแลสุขภาพอีกด้วย และยังเร่งการสร้างสารคอลลาเจน ที่เป็นโครงสร้างของผิวจึงถูกนำมาใช้”ประโยชน์”ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้เร็ว

ผู้ที่ควรทานใบบัวบก
- สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม เช่น ผู้สูงอายุ หรือสตรีวัยทอง
- สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงานที่ต้องใช้สมองอย่างมาก และเพื่อเพิ่ม”ประสิทธิภาพ”ความทรงจำ
- สำหรับผู้ที่มีความเครียดสูงจากการทำงานหนัก
- สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง และกล้ามเนื้อโดยมีอาการฟกช้ำ และผิวหนังอักเสบ
- สำหรับผู้ป่วยหลังการผ่าตัด เพราะช่วยเร่งการสมานแผลให้เร็วยิ่งขึ้น

 

 

ขอบคุณบทความจาก.tlcthai.com

 

 

สรรพคุณ ของมะตูม

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

มะตูม เป็นทั้งผลไม้และยา”สมุนไพร”ที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวันมาเนิ่นนาน เชื่อไหมว่าสรรพคุณของมะตูมและประโยชน์ของมะตูมนี้มีมากมายหลากหลายจนหลายๆ คนนึกไม่ถึงเลยทีเดียว ว่ามะตูมนี้มีสรรพคุณ และประโยชน์มากมายเพียงใด มะตูมนั้นยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่หลายๆ คนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สรรพคุณของมะตูม และ “ประโยชน์”ของมะตูม นั้นมีมากมายเพียงใด เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยกินน้ำมะตูมกันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะน้ำมะตูมนั้นจะมีกลิ่นหอม ดื่มแล้วจะทำให้ชุมคอแก้กระหายได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นมะตูมยังเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาตั้งแต่ดั้งเดิมที่ไม่เคยจางหายอีกด้วย ถ้าอย่างนั้นเราก็มาดู”สรรพคุณ”ของมะตูม และ ประโยชน์ของมะตูม กันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ต่อไปนี้

ส่วนที่ใช้
ผลโตเต็มที่ ผลแก่จัด ผลสุก ผลอ่อน ใบ ราก

สรรพคุณ
- ผลโตเต็มที่ ฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงรับประทาน แก้ท้องเดิน ท้องเสีย ท้องร่วง และโรคลำไส้เรื้อรังในเด็กได้ผลเป็นอย่างดีเลยทีเดียว
- ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก นำมาเชื่อมรับประทานเป็นขนมหวาน จะมี”กลิ่นหอม” และรสชาติอร่อยชวนรับประทาน บำรุงกำลัง รักษาธาตุ และขับลมอีกด้วย
- ผลสุก รับประทานต่างผลไม้ เป็นยาระบายท้อง และยาประจำธาตุของผู้สูงอายุ ที่ท้องผูกเป็นประจำอีกด้วย
- ใบ ใส่แกงบวช เพื่อแต่งกลิ่นให้หอมนั่นเอง
- ราก แก้หืด หอบ แก้ไอ แก้ไข้ ขับลม และยังแก้มุตกิดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

วิธี และปริมาณที่ใช้
วิธี และปริมาณที่ใช้ ก็คือ ใช้ผล”มะตูม”ที่โตเต็มที่ ฝานตากแห้ง คั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่ม ใช้ 2-3 ชิ้น ชงน้ำเดือดความแรง 1 ใน 10 ดื่มแทนน้ำชา หรือชงด้วยน้ำเดือด 2 ถ้วยแก้ว ดื่มครั้งละ 1 ครึ่งถ้วยแก้ว

 

 

ขอบคุณบทความจาก.samunpri.com

 

 

ขนุน ผลไม้ไทย

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

ขนุน หรือ ผลไม้ขนุน คนไทยส่วนใหญ่ชอบหาซื้อนำมารับประทานเป็นของว่าง เพราะ ขนุน ทั้งหวานหอมและก็อร่อย อีกด้วย และนอกจากนั้นยังไม่พอ ขนุน ยังถือเป็นอีกหนึ่ง”สมุนไพร”ไทยอีกด้วย และมีสรรพคุณทางการรักษา และส่วนที่ใช้ในการทำเป็นยาก็คือ เมล็ด เนื้อหุ้มเมล็ด ใบ ยาง แกน และราก เรามาดูสรรพคุณและ ประโยชน์ของขนุน กันเลยดีกว่า

ประโยชน์ ขนุน
- เมล็ด ให้ใช้ประมาณ 60-240 กรัม ต้มสุกกิน จะมีรสชุ่มช่วยขับน้ำนมในสตรี หลังคลอดมีน้ำนมน้อยหรือไม่มีน้ำนม ช่วย”บำรุง”ร่างกาย
- เนื้อหุ้มเมล็ด ให้ใช้สดผสมกับน้ำหวานกินบำรุงกำลัง หรือจะกินเป็นขนมก็ได้
- ใบ ใช้สดนำมาตำให้ละเอียดอุ่นแล้วพอกแผล ใบแห้งให้บดเป็นผงโรย หรือใช้ผสมทาตรงที่เป็นแผลใช้สำหรับภายนอก รักษาแผลมีหนองเรื้อรัง
- ยาง จะมีรสจืดฝาดเล็กน้อย ให้ใช้ยางสดทาบริเวณที่บวมอักเสบ แผลมีหนองเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองเกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง
- แกน และราก ใช้แห้งประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มน้ำรับประทานจะมีรสหวานชุ่ม “รักษา”กามโรค และบำรุงเลือด

สรรพคุณ ขนุน
- ผลอ่อน นำมาต้มเป็นผักจิ้มแล้วยังมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษาอาการท้องเสีย
- ผลสุก จะมีกลิ่นหอมเนื้อในจะมีสีเหลืองนำมารับประทานได้ หรือผสมกับน้ำหวานรับประทานเป็นขนม
- เนื้อในสีเหลืองลื่น รับประทานรักษาโรคเกี่ยวกับทรวงอก รับประทานมากจะเป็น”ยาระบาย”อ่อน ๆ
- ใบสด ใช้ต้มน้ำให้สัตว์กินช่วยขับน้ำนม และสามารถนำมาเผากับซังข้าวโพด และกะลามะพร้าวให้เป็นเถ้า ใช้เถ้ารักษาแผลที่เป็นแผลเรื้อรัง
- น้ำยาง จะมี resins ใช้เป็นสารเคลือบวัสดุ หรือจะนำมาผสมกับยางไม้อื่น เพื่อทำตังดักนกก็ได้ นอจากนี้ยังใช้เป็นยารักษาโรคซิฟิลิส และขับพยาธิ แกนไม้ มี”ประโยชน์”ในทางยาจะมีรสหวานชุ่ม ขม สามารถใช้บำรุงกำลัง และบำรุงโลหิต ฝาดสมาน รักษาโรคกามโรคอีกด้วย

 

 

ขอบคุณบทความจาก.n3k.in.th

 

 

ล้างพิษด้วย สมุนไพร ผัก ผลไม้

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

ในวันนี้เราจะพาคุณมาล้างพิษในลำไส้ด้วยการ ดีท็อกซ์ ล้างพิษ ด้วย “สมุนไพร” ผัก ผลไม้ ต่อไปนี้ที่เรากำลังจะแนะนำ สมุนไพรไทยที่เป็น ผัก ผลไม้ สามารถช่วย ดีท็อกซ์ ล้างพิษ ได้มากมาย และไม่เพียงเท่านั้นยังมี ผัก ผลไม้ ของต่างประเทศที่จะมาช่วยคุณในการ ดีท็อกซ์ ล้างพิษ กันอีด้วย ผักและผลไม้ต่างๆ จัดว่าเป็นอาหารที่วิเศษกันอยู่แล้วนอกจากจะมี”ประโยชน์” มีกากใยและสารอาหารที่มากมายหลากหลายเลยทีเดียว ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

หน่อไม้ฝรั่ง
นำหน่อไม้ฝรั่งไปนึ่ง หรือต้มสักครู่จนนิ่มราดด้วยน้ำมันมะกอกเล็กน้อย บีบน้ำมะนาวลงไป ก็จะได้อาหารเรียกน้ำย่อย รวมถึง”โพแทสเซียม”ที่ช่วยขับปัสสาวะและทำความสะอาดอวัยวะภายในช่วยไตขับสารพิษ และการบวมน้ำโดยเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือนอีกด้วย

บีทรูท
บีทรูทเป็นที่รู้จักว่าช่วยล้างสารพิษในเลือด บีทรูทมีสารเบทาไซอานิน ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และช่วยกระตุ้นการทำงานของกระบวนการล้างสารพิษในตับ แต่ถ้าต้องการให้ได้รับวิตามินครบถ้วน ควรกินดิบๆ โดยนำไปขูดฝอยกินเป็นสลัดก็ได้

เบอร์รี่
บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่ อุดมไปด้วยแอนตี้ออกซิแดนท์ต่อสู้กับ”สารพิษ” โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่ช่วยให้หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดงแข็งแรง จึงทำให้ออกซิเจนและสารอาหารจำเป็นเข้าสู่ร่างกายได้ในปริมาณมากนั่นเอง

บร็อกโคลี
บร็อกโคลีมี”สรรพคุณ”ต่อต้านมะเร็ง เนื่องจากมีวิตามินซีสูง บร็อกโคลียังอุดมด้วยสารกลูโคซิโนเลต ซึ่งจะช่วยตับขับสารพิษรับประทานดิบๆ

กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีแดง ผักกาดขาว กะหล่ำปลี หรือผักกวางตุ้งไต้หวัน เป็นอาหารดีท็อกซ์ชั้นยอด ทำเป็นสลัด หรือนำไปผัด หรือนำไปต้ม และผัดเร็วๆ ด้วยไฟแรงในน้ำมันมะกอกก็ได้

 

 

ขอบคุณบทความจาก.n3k.in.th

 

 

ใบเตย สมุนไพรไทย

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

ใบเตย หรือจะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง”สมุนไพร”ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเราจะใช้ ใบเตย ในการประกอบอาหารอีกหลากหลายแล้ว ยังให้กลิ่งหอมและทีสำคัญที่สุดก็คือสรรพคุณของใบเตยนั้นเอง และยังมีอีกมายมายที่คุณทั้งหลายอาจจะคิดไม่ถึงสรรพคุณของใบเตยเลยก็ว่าได้ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูสรรพคุณและประโยชน์ของ”ใบเตย”ว่ามีอะไรบ้างกันเลยดีกว่า ดังนี้
สรรพคุณของใบเตย
เตยหอมมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ขับปัสสาวะ นำน้ำต้มรากเตยหอมสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้จริง จึงนับได้ว่าสมุนไพรเตยหอมเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียวที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรับประทานเองได้อีกด้วย
ประโยชน์ของใบเตย
ประโยชน์”ของใบเตยใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย รากของใบเตยสามารถนำไปใช้เป็นยาขับปัสสาวะใช้รักษาเบาหวานได้และประโยชน์ทางยาเตยหอมมีรสเย็นหอมหวาน บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น โดยส่วนมากนิยมใช้น้ำใบเตยผสมอาหารคนไข้ทำให้เกิดกำลัง ลำต้นและรากของเตยหอมใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้น้ำเบาพิการ และรักษาโรคเบาหวาน ใบเตยหอมยังสามารถช่วย”บำรุง”หัวใจให้ชุ่มชื่นลดกระหายน้ำและอาจใช้ใบตำพอกรักษาโรคหัด โรคผิวหนังอีกด้วย

สรรพคุณและประโยชน์ของใบเตย
- ใช้ใบเตยสดไปตำคั้นเอาน้ำจะได้น้ำสีเขียวใช้นำมาผสมอาหารจะช่วยให้อาหารมีสีสวยน่ารับประทานและมีกลิ่นหอมของใบเตยอีกด้วย
- ใช้ในรูปของใบชาชงกับน้ำร้อนหรือใช้ใบเตยสดต้มกับน้ำจนเดือดเติมน้ำตาลลงเพียงเล็กน้อยก็ได้ ถ้าดื่มเป็นประจำช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นลด”กระหายน้ำ”ได้เป็นอย่างดี
- นำส่วนต้นเตยหอมและรากเตยหอมต้มกับเนื้อหรือใบไม้สักจะช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย

 

ขอบคุณบทความจาก.n3k.in.th

 

 

สมุนไพร บอระเพ็ด

posted in: Uncategorized (Tags: , , , , ) - Comments Off

เมื่อพูดถึงคำว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา ทุกคนมักจะต้องคิดถึง”สมุนไพร” บอระเพ็ด ใครที่เคยลองลิ้มชิมรส บอระเพ็ด กันแล้วคงจะต้องนึกถึงรสชาติขม ๆ ของมันเป็นแน่นอน ถ้าอย่างนั้นมาดูกันดีกว่าว่า สรรพคุณ และประโยชน์ของบอระเพ็ด มีอะไรบ้าง
สรรพคุณและประโยชน์ บอระเพ็ด
บอระเพ็ด”เป็นไม้เลื้อยที่พบโดยทั่วไปตามป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและสามารถปลูกได้ง่าย แม้แต่ตัดเถาไปห้อยตามต้นไม้ก็ยังงอกรากลงดินได้ คนไทยทุกภาคเชื่อว่าบอระเพ็ดเป็นยาบำรุงสุขภาพเป็นยาอายุวัฒนะบำรุงกำลังช่วยขับน้ำย่อยทำให้เจริญอาหาร คนโบราณหาทางกินบอระเพ็ดได้หลายวิธี เช่น ใช้ดองน้ำผึ้งกินเป็นประจำเป็นยาอายุวัฒนะกินแล้ว”ร่างกาย”แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ผู้ป่วยเบาหวานพบว่าการกินร่วมกับยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลได้ดีมาก
สรรพคุณบอระเพ็ดที่ชาวบ้านใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การตำบอระเพ็ดทั้งใบและต้นคั้นน้ำผสมน้ำซาวข้าวชโลมผมทิ้งไว้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะ แก้ผมหงอกก่อนวัย แก้รังแค บอระเพ็ดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งการมีฤทธิ์เช่นนี้ก็สามารถ ป้องกันความชราของเซลล์ต่าง ๆ จึงเป็นไปได้ที่บอระเพ็ดจะมี”ประโยชน์”ต่อเส้นผมอย่างที่โบราณเขาเชื่อกันจริง ๆ
ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดพบว่าสารสกัดจากลำต้นบอระเพ็ดด้วย มีฤทธิ์ทำให้ oral glucose tolerance (OGT) ของหนูขาวปกติดีขึ้นเมื่อเปรียบกับกลุ่มควบคุมโดยระดับน้ำตาลจะลดลง หลังจากป้อนสารสกัดให้กับหนูขาว 4 และ 6 ชั่วโมงตามลำดับ อย่างไรก็ตามสารสกัดดังกล่าวไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูขาวปกติในทุก ๆ ความเข้มข้นที่ใช้ทดลอง สารสกัดจากชั้นน้ำของลำต้นบอระเพ็ดสามารถลดระดับกลูโคสในเลือดและเพิ่มระดับ insulin ในเลือดในหนูที่เป็นเบาหวานได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมแต่ไม่มีผลในหนูปกติกลไกในการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากบอระเพ็ดพบว่าออกฤทธิ์โดยการ”กระตุ้น”การหลั่ง insulin ที่เบตาเซลล์ทำให้เบตาเซลล์มีความไวต่อความเข้มข้นของ Ca2+ ภายนอกเซลล์ส่งเสริมให้เกิดการสะสมของ Ca2+ใน เซลล์และทำให้เกิดการหลั่งของ insulin โดยไม่รบกวนการดูดซึมของกลูโคสจากทางเดินอาหารและไม่รบกวนการนำกลูโคสเข้า peripheral cell อีกด้วย

 

 

ขอบคุณบทความจาก.n3k.in.th

 

 

สมุนไพรเพื่อความงาม

posted in: Uncategorized (Tags: , , ) - Comments Off

ใบหน้า” คือ ที่แรกที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจของผู้พบเห็น แต่หลายๆคนกำลังประสบปัญหาผิวหน้าไม่เรียบสวย เพราะเม็ดสิวและรอยแห้งกร้านด้วยจุดด่างดำของกระและฝ้า เราจึงอยากแนะนำให้ใช้สมุนไพรพืชผักและผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไป แต่มีคุณประโยชน์มากมายทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารบำรุงผิวธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นผ่องใสอ่อนไวอยู่เสมอ ดังนี้
1. ว่านหางจระเข้ คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้”บำรุงผิว” บำรุงเส้นผมได้ด้วย ว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด ฉะนั้น ว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่า ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วย ให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวล และยังสามารถขจัดสิว และลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้าน และลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวมัน ก็จะช่วยให้ลดความมัน คนที่มีผิวหน้าแห้ง ก็ยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวไว้ได้
2. งา โดยการนำเอาเมล็ดงาสด มาบีบน้ำมันงาออก โดยไม่ผ่านความร้อน ใช้ทาผิวหนัง เพื่อบำรุงผิวพรรณ ให้ผุดผ่อง ช่วยประทินผิวให้นุ่มนวล ไม่หยาบกร้าน
3. แตงกวา จะมีวิตามินสูง แตงกวาจะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ แตงกวายังช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มี”ประโยชน์” ใช้ติดต่อกับเป็นประจำ จะทำให้สวนสดชื่น มีน้ำมีนวลอีกด้วย
4. มะเขือเทศ มะเขือเทศมีสาร Curotenoid และมีวิตามินหลายชนิด น้ำจากผลมะเขือเทศสุก จะมีสาร licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย และน้ำมะเขือเทศสด นำมาพอกหน้า จะรักษาสิวสมานผิวหน้าให้เต่งตึง หรืออาจจะฝานบางๆ แปะลงบนผิวหน้าก็ได้
5. ขมิ้นชัน ขมิ้นมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด ใช้ทาผิวที่มีผดผื่นคัน ผงขมิ้นใช้ทาตัว เพื่อให้มีสีเหลืองทอง ใช้บำรุงผิว และช่วยฆ่าเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย
6. น้ำผึ้ง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ ละอองเกสรดอกไม้ และฮอร์โมนเอสโตรเจน น้ำผึ้งใช้เป็นส่วนประกอบ ของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้า ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้งยังให้ประโยชน์สูง
7. มะขามเปียก ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนัง เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ ในมะขาม จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก ขาหนีบ เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น และนมสดจะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มได้

 
ขอบคุณบทความดีดีจาก.samunpri.com

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของมะรุม

posted in: Uncategorized (Tags: , , ) - Comments Off

วันนี้เรามีสรรพคุณของมะรุมและประโยชน์ของมะรุมที่จัดว่าเป็นอีกสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งเลย บางคนก็เรียก “มะรุม” ว่า ผักมะรุม ผลมะรุม ประโยชน์ของมะรุม ของมะรุมนั้นมีมากจริง ๆ ส่วนใหญ่ก็นิยมนำมาทำอาหารได้หลายอย่างทั้ง ต้ม ผัด แกง ส่วน สรรพคุณของมะรุม ก็นำมาทำเป็นตัวยาหลายอย่าง แต่หากว่าอยากได้สุขภาพเวลานำมากประกอบอาหารต้องมาดู สรรพคุณของมะรุม และ ประโยชน์ของมะรุม กันเลยดีกว่า
คุณค่าทางอาหารของมะรุม
- ใบ ใบสดใช้กินเป็นอาหาร ใบแห้งที่ทำเป็นผงเก็บไว้ได้นานโดยยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ใบมะรุมมีวิตามินเอสูงกว่าแครอท มีแคลเซียมสูงกว่านม มีเหล็กสูงกว่าผักขม มีวิตามินซีสูงกว่าส้มและมีโปแตสเซียมสูงกว่ากล้วย
- ดอกฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้หวัด ป้องกันมะเร็ง
- ฝัก ฝักมะรุม 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 32 กิโลแคลอรี่
- เมล็ด น้ำมันที่ได้จากการคั้นเมล็ดสดใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร
ประโยชน์”ของมะรุม
- ชะลอความแก่ มะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญ ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้
- ฆ่าจุลินทรีย์ มะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
- การป้องกันมะเร็ง มะรุมสามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสารฟอบอลเอสเทอร์ในเซลล์ มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
สรรพคุณ”ของมะรุม
- ใบ ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต
- ยอดอ่อน ใช้ถอนพิษไข้
- ดอก ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง
- ฝัก แก้ไข้ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต
- เมล็ด เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันมะเร็ง
- ราก รสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ
- เปลือกลำต้น รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหาร
- ยาง ฆ่าเชื้อไทฟอยด์ ซิฟิลิส แก้ปวดฟัน ได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณบทความดีดีจาก.n3k.in.th